เห็นข่าวคนขุดบิทคอยน์รวยกันเป็นล้าน แต่ก็เห็นบางคนบอกว่าขาดทุน สงสัยว่าขุดบิทคอยน์คืออะไรกันแน่ ทำงานอย่างไร ทำไมบางคนได้กำไรบางคนขาดทุน ต้องลงทุนเท่าไหร่ ใช้อุปกรณ์อะไร และที่สำคัญถ้าจะขุดในประเทศไทยตอนนี้ยังคุ้มค่าอยู่หรือเปล่า ค่าไฟฟ้าแพง แข่งขันสูง จะทำกำไรได้จริงไหม วันนี้มาหาคำตอบกันว่าขุดบิทคอยน์คืออะไร มีความคุ้มค่าอย่างไร และควรลงทุนขุดในไทยหรือไม่
ขุดบิทคอยน์คืออะไรและทำงานอย่างไร
ขุดบิทคอยน์ Bitcoin Mining คือกระบวนการใช้พลังคอมพิวเตอร์ประมวลผลเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมบิทคอยน์และบันทึกลงในบล็อกเชน Blockchain ทุกครั้งที่มีคนส่งบิทคอยน์ให้กัน ธุรกรรมจะถูกรวมกับธุรกรรมอื่นๆ เป็นบล็อก Block นักขุดจะแข่งขันกันแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนมาก เรียกว่า Proof of Work ใครแก้ได้ก่อนจะได้สิทธิ์เพิ่มบล็อกนั้นเข้าสู่บล็อกเชน และได้รับรางวัลเป็นบิทคอยน์ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมา Block Reward ปัจจุบันรางวัลอยู่ที่ 6.25 BTC ต่อบล็อก บวกกับค่าธรรมเนียมธุรกรรม Transaction Fee
กระบวนการนี้เรียกว่าขุดเพราะคล้ายกับขุดแร่ทองคำ ต้องใช้แรงงานและพลังงานมากจึงจะได้ทองคำมา บิทคอยน์ก็เช่นกัน มีจำนวนจำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญ ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งขุดยากขึ้นเรื่อยๆ บิทคอยน์ออกแบบให้มี Halving ลดรางวัลครึ่งหนึ่งทุกๆ 210,000 บล็อก ประมาณ 4 ปี เริ่มแรกรางวัล 50 BTC ปัจจุบัน 6.25 BTC ครั้งต่อไปจะเหลือ 3.125 BTC คาดว่าจะขุดได้ครบ 21 ล้านเหรียญราวปี 2140 แล้วจะไม่มีบิทคอยน์ใหม่อีก นักขุดจะได้รายได้จากค่าธรรมเนียมเท่านั้น
อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ขุด
สมัยแรกๆ ปี 2009-2010 ขุดด้วย CPU ของคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ แต่ช้าและได้น้อย ต่อมาใช้ GPU การ์ดจอซึ่งเร็วกว่ามาก แต่ปัจจุบันความยากสูงมากจนต้องใช้เครื่อง ASIC Application Specific Integrated Circuit ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับขุดบิทคอยน์เท่านั้น มีประสิทธิภาพสูงสุด เครื่อง ASIC ยี่ห้อดังมี Bitmain Antminer, MicroBT Whatsminer, Canaan AvalonMiner รุ่นใหม่ๆ มี Hash Rate ความเร็วในการคำนวณหลักสิบ TH/s Terahash per second เช่น Antminer S19 XP มี Hash Rate 140 TH/s แต่กินไฟ 3,010 วัตต์ Antminer S21 มี Hash Rate 200 TH/s กินไฟ 3,500 วัตต์ ราคาเครื่องตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท
นอกจากเครื่องขุดแล้วยังต้องมี Power Supply แหล่งจ่ายไฟคุณภาพดีรองรับกำลังไฟสูง ระบบระบายความร้อนที่ดีเพราะเครื่องร้อนมาก ต้องมีพัดลมระบายอากาศหรือแอร์ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเสถียร สำหรับเชื่อมต่อกับเครือข่ายบิทคอยน์ตลอด 24 ชั่วโมง สถานที่ที่เหมาะสมมีพื้นที่เพียงพอ ระบายอากาศดี ไม่ร้อนจัด เครื่องขุดเสียงดังมากต้องคำนึงถึงเสียงรบกวน
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขุด
ค่าเครื่องขุด เครื่อง ASIC รุ่นดีราคา 150,000-500,000 บาท รุ่นท็อป 1-2 ล้านบาท ถ้าซื้อหลายเครื่องตั้งฟาร์มลงทุนหลายล้านถึงหลายสิบล้าน ค่าไฟฟ้า เป็นต้นทุนสำคัญที่สุดและต่อเนื่อง เครื่องขุดทำงาน 24 ชั่วโมงไม่หยุด กินไฟหลักพันวัตต์ เครื่อง 3,500 วัตต์ ทำงาน 24 ชั่วโมง ใช้ไฟ 84 kWh ต่อวัน ในไทยค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 4-5 บาทต่อหน่วย คำนวณเป็น 336-420 บาทต่อวัน หรือ 10,080-12,600 บาทต่อเดือนต่อเครื่อง ค่าระบายความร้อน พัดลมหรือแอร์ เพิ่มค่าไฟอีกหลักพันต่อเดือน ค่าอินเทอร์เน็ต ไม่แพงมากแต่ต้องมี ประมาณ 500-1,000 บาทต่อเดือน ค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซม เครื่องอาจชำรุดหรือเสีย ต้องเปลี่ยนอะไหล่ ซ่อมแซม ค่าเสื่อมราคา เครื่องเสื่อมราคาเร็วมากเพราะมีรุ่นใหม่ออกมาตลอด รุ่นเก่าขุดไม่คุ้มหรือขายไม่ได้ราคา
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความคุ้มค่า
ราคาบิทคอยน์ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ถ้าราคาบิทคอยน์สูงเช่น 50,000-70,000 ดอลลาร์สหรัฐขุดคุ้มมาก ได้กำไรดี แต่ถ้าราคาต่ำเช่น 15,000-20,000 ดอลลาร์อาจขาดทุนหรือคุ้มไม่คุ้ม ราคาบิทคอยน์ผันผวนมาก ไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่นอน ค่าไฟฟ้า ประเทศที่ค่าไฟถูกเช่นจีน รัสเซีย คาซัคสถาน เวเนซุเอลา ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ ขุดคุ้มกว่ามาก ค่าไฟอาจถูกเพียง 1-2 บาทต่อหน่วย ไทยค่าไฟ 4-5 บาทต่อหน่วยถือว่าแพง ไม่เอื้อต่อขุดบิทคอยน์ ความยากในการขุด Mining Difficulty ปรับตัวอัตโนมัติทุกๆ 2,016 บล็อก ประมาณ 2 สัปดาห์ ถ้ามีนักขุดเข้ามาเยอะ Hash Rate รวมของเครือข่ายสูงขึ้น ความยากเพิ่มขึ้น ได้บิทคอยน์น้อยลง ความยากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ขุดยากขึ้น ประสิทธิภาพเครื่องขุด รุ่นใหม่ Hash Rate สูงและประหยัดไฟกว่า คุ้มกว่า แต่ราคาแพง รุ่นเก่า Hash Rate ต่ำและกินไฟเยอะ ไม่คุ้มแล้ว
ขุดในไทยยังคุ้มค่าหรือไม่
จากข้อมูลปัจจุบัน ขุดบิทคอยน์ในไทยไม่ค่อยคุ้มค่าเพราะหลายเหตุผล ค่าไฟฟ้าแพง ต้นทุนหลักคือค่าไฟ ไทยค่าไฟ 4-5 บาทต่อหน่วย แพงกว่าประเทศคู่แข่งที่ค่าไฟ 1-2 บาทหรือถูกกว่า ทำให้ต้นทุนสูง ถ้าคำนวณดูเครื่อง Antminer S19 Pro กินไฟ 3,250 วัตต์ ค่าไฟ 4.5 บาทต่อหน่วย ค่าไฟประมาณ 351 บาทต่อวัน 10,530 บาทต่อเดือน ที่ราคาบิทคอยน์ 30,000 ดอลลาร์ Hash Rate 110 TH/s ความยากปัจจุบัน ได้บิทคอยน์ประมาณ 0.00024 BTC ต่อวัน คิดเป็นเงินประมาณ 252 บาทต่อวัน 7,560 บาทต่อเดือน ขาดทุนเดือนละประมาณ 3,000 บาท แต่ถ้าราคาบิทคอยน์ 60,000 ดอลลาร์ ได้ประมาณ 504 บาทต่อวัน 15,120 บาทต่อเดือน กำไร 4,590 บาทต่อเดือน คืนทุนนาน 3-5 ปี ยังมีความเสี่ยงสูง
แข่งขันสูงมาก นักขุดทั่วโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความยากเพิ่มตาม ได้บิทคอยน์น้อยลง ฟาร์มขุดขนาดใหญ่ในประเทศที่ค่าไฟถูกมีเปรียบกว่า สภาพอากาศร้อน ไทยอากาศร้อน ต้องใช้แอร์หรือพัดลมระบายความร้อนมาก ค่าไฟเพิ่มอีก ต่างจากประเทศหนาวที่ความร้อนจากเครื่องขุดช่วยทำความอุ่น ประหยัดค่าทำความอุ่น กฎหมายและภาษี ไทยยังไม่มีกฎหมายชัดเจนเกี่ยวกับขุดบิทคอยน์ อาจมีความเสี่ยงทางกฎหมายในอนาคต รายได้จากขุดต้องเสียภาษี เสียงดังรบกวน เครื่องขุดเสียงดังมาก ถ้าขุดที่บ้านจะรบกวนตัวเองและเพื่อนบ้าน ต้องหาสถานที่ห่างไกล
ทางเลือกอื่นสำหรับคนไทย
Cloud Mining เช่าพลังขุดจากบริษัทในต่างประเทศ ไม่ต้องซื้อเครื่องหรือจัดการเอง แต่ต้องระวังบริษัทหลอกลวง เลือกบริษัทที่มีชื่อเสียงและโปร่งใส Mining Pool รวมกลุ่มกับนักขุดคนอื่นขุดร่วมกัน แบ่งรางวัลตามสัดส่วนพลังที่ใส่ ได้รายได้สม่ำเสมอแม้น้อยกว่าขุดคนเดียว Pool ดังๆ เช่น F2Pool, Poolin, AntPool, Slush Pool ซื้อบิทคอยน์โดยตรง แทนที่จะขุดอาจซื้อบิทคอยน์จากตลาดซื้อขายโดยตรงผ่าน Exchange ง่ายกว่า ไม่มีค่าไฟ ไม่ต้องจัดการเครื่อง ถ้าราคาขึ้นก็ได้กำไรเหมือนกัน ลงทุนในหุ้นบริษัทขุด ซื้อหุ้นบริษัทที่ทำธุรกิจขุดบิทคอยน์เช่น Riot Blockchain, Marathon Digital, Hut 8 Mining ได้ผลตอบแทนจากขุดโดยไม่ต้องขุดเอง ขุดเหรียญอื่น บางเหรียญเช่น Ethereum ก่อนหน้านี้ใช้ GPU ขุดได้ แต่ปัจจุบัน Ethereum เปลี่ยนเป็น Proof of Stake แล้ว อาจหาเหรียญอื่นที่ยังขุดด้วย GPU ได้เช่น Ravencoin, Ergo แต่ก็ต้องคำนวณความคุ้มค่า
กรณีที่ขุดในไทยอาจคุ้มค่า
มีค่าไฟฟ้าถูกพิเศษ บางที่อาจต่อรองค่าไฟได้ถูก เช่น โรงงานที่มีไฟฟ้าส่วนเกิน โซลาร์เซลล์ที่ผลิตไฟเองใช้เอง พลังงานน้ำ พลังงานลม ถ้าค่าไฟต่ำกว่า 2-3 บาทต่อหน่วยอาจคุ้ม ลงทุนมากและระยะยาว ถ้ามีเงินทุนเยอะ ซื้อเครื่องเยอะ ต่อรองราคาซื้อเครื่องได้ถูก มีสถานที่เหมาะสม จัดการได้ดี และคิดลงทุนระยะยาว 5-10 ปี อาจคุ้มในที่สุด เชื่อว่าราคาบิทคอยน์จะสูงมาก ถ้าเชื่อว่าราคาบิทคอยน์จะพุ่งขึ้นเป็น 100,000-200,000 ดอลลาร์ในอนาคต ขุดไว้เก็บไว้อาจคุ้มค่า แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงสูง มีความรู้และประสบการณ์ เข้าใจเทคโนโลยี ติดตามข่าวสารตลอด ปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ จัดการปัญหาได้ดี อาจทำกำไรได้แม้สภาพแวดล้อมไม่เอื้อ
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
ราคาบิทคอยน์ผันผวนสูงมาก อาจขาดทุนหนักถ้าราคาตก ความยากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้บิทคอยน์น้อยลง เครื่องขุดเสื่อมราคาเร็ว รุ่นใหม่ออกตลอด รุ่นเก่ากลายเป็นเศษเหล็ก เครื่องอาจเสียหรือชำรุด ซ่อมแพง อาจต้องซื้อใหม่ ค่าไฟฟ้าอาจปรับขึ้น ทำให้ต้นทุนเพิ่ม ไม่คุ้มค่า กฎหมายอาจเปลี่ยนแปลง อาจห้ามขุดหรือเก็บภาษีสูง เหมือนจีนที่เคยเป็นศูนย์กลางขุดแต่ห้ามไป ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ถูกวิจารณ์ว่าใช้ไฟเยอะ อาจมีกฎหมายจำกัด การแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ฟาร์มใหญ่มีเปรียบ คนเล็กอยู่ยาก
คำแนะนำสำหรับคนไทยที่สนใจ
ศึกษาให้ดีก่อนลงทุน อ่านข้อมูล ดูคลิป เข้าใจหลักการและความเสี่ยง คำนวณต้นทุนและผลตอบแทนอย่างละเอียด ใช้เครื่องคำนวณออนไลน์ Mining Calculator ใส่ค่าไฟ ราคาเครื่อง Hash Rate ความยาก ราคาบิทคอยน์ ดูว่าคุ้มหรือไม่ เริ่มเล็กๆ ก่อน อย่าลงทุนเงินทั้งหมดทีเดียว ทดลองซื้อเครื่อง 1-2 เครื่องก่อน ดูว่าจัดการได้หรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ พิจารณาทางเลือกอื่น Cloud Mining ซื้อบิทคอยน์โดยตรง ลงทุนหุ้นบริษัทขุด อาจเหมาะกว่าสำหรับคนไทย ติดตามข่าวสารตลอดเวลา ราคาบิทคอยน์ ความยาก เทคโนโลยีใหม่ กฎหมาย ปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ ลงทุนเท่าที่พร้อมเสีย อย่าลงทุนเงินที่จำเป็นต้องใช้หรือกู้ยืมมา รับความเสี่ยงได้เท่านั้น
สรุป
ขุดบิทคอยน์คือกระบวนการใช้พลังคอมพิวเตอร์ตรวจสอบธุรกรรมและบันทึกลงบล็อกเชน ได้รับรางวัลบิทคอยน์ใหม่และค่าธรรมเนียม ใช้เครื่อง ASIC ที่ราคาแพงและกินไฟมาก ต้นทุนหลักคือค่าเครื่องและค่าไฟฟ้าต่อเนื่อง ความคุ้มค่าขึ้นกับราคาบิทคอยน์ ค่าไฟฟ้า ความยาก และประสิทธิภาพเครื่อง ขุดในไทยปัจจุบันไม่ค่อยคุ้มค่าเพราะค่าไฟแพง แข่งขันสูง อากาศร้อน กฎหมายไม่ชัด และเสียงดังรบกวน ทางเลือกอื่นมี Cloud Mining Mining Pool ซื้อบิทคอยน์โดยตรง ลงทุนหุ้นบริษัทขุด และขุดเหรียญอื่น ขุดในไทยอาจคุ้มถ้ามีค่าไฟถูกพิเศษ ลงทุนมากระยะยาว เชื่อราคาจะสูงมาก และมีความรู้ประสบการณ์ ความเสี่ยงมีราคาผันผวน ความยากเพิ่ม เครื่องเสื่อมราคาเร็ว อาจเสีย ค่าไฟอาจขึ้น กฎหมายเปลี่ยน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแข่งขันสูง คำแนะนำคือศึกษาให้ดี คำนวณละเอียด เริ่มเล็กก่อน พิจารณาทางเลือกอื่น ติดตามข่าวสาร และลงทุนเท่าที่พร้อมเสีย สำหรับคนไทยทั่วไปซื้อบิทคอยน์โดยตรงน่าจะเหมาะกว่าขุดเอง
