ใครหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องขุดบิทคอยน์ได้เงินหลักหมื่นหลักแสนต่อเดือน แต่พอจะเริ่มจริงๆ กลับงงว่าเครื่องขุดคืออะไร ทำงานอย่างไร ลงทุนเท่าไหร่ และตอนนี้ยังคุ้มหรือเปล่า โดยเฉพาะหลังราคาบิทคอยน์ผันผวนและมีคนเข้ามาขุดเยอะขึ้น วันนี้มาหาคำตอบให้ชัดเจนกัน
ความหมายและหลักทำงาน
เครื่องขุดบิทคอยน์ คือ คอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อคำนวณสมการทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนมากๆ เพื่อยืนยันธุรกรรมบิทคอยน์และสร้างบล็อกใหม่ในบล็อกเชน เครื่องที่คำนวณเสร็จก่อนจะได้รับรางวัลเป็นบิทคอยน์ใหม่ ปัจจุบันได้ 3.125 BTC ต่อบล็อก บวกกับค่าธรรมเนียมธุรกรรม บล็อกใหม่เกิดขึ้นทุกๆ ประมาณ 10 นาที มีคนทั่วโลกแข่งขันกันขุดตลอดเวลา
เครื่องขุดสมัยก่อนใช้ CPU หรือ GPU ของคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่เมื่อความยากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนจึงพัฒนาชิป ASIC ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับขุดบิทคอยน์ คำนวณเร็วกว่าและประหยัดไฟกว่า CPU หรือ GPU มาก ปัจจุบันใช้ ASIC เกือบทั้งหมด ยี่ห้อดังได้แก่ Bitmain Antminer, MicroBT Whatsminer และ Canaan AvalonMiner รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูงแต่ราคาก็แพงตาม
ชนิดและรุ่นยอดนิยม
Bitmain Antminer S21 เป็นรุ่นล่าสุดที่ออกปี 2024 มี Hashrate ประมาณ 200 TH/s กินไฟ 3,500 วัตต์ ราคาประมาณ 200,000-300,000 บาท ขึ้นอยู่กับจุดซื้อและอัตราแลกเปลี่ยน ประสิทธิภาพดีที่สุดในตลาดตอนนี้ แต่หาซื้อยากเพราะคนต้องการเยอะ MicroBT Whatsminer M60 คู่แข่งของ Antminer มี Hashrate ใกล้เคียงกัน กินไฟประมาณ 3,400 วัตต์ ราคาคล้ายๆ กัน บางคนชอบเพราะทนทานและเสียน้อยกว่า
Antminer S19 XP รุ่นก่อนหน้ายังใช้ได้อยู่ มี Hashrate ประมาณ 140 TH/s กินไฟ 3,000 วัตต์ ราคาถูกลงมาเหลือประมาณ 100,000-150,000 บาท เหมาะกับคนที่งบจำกัดและไฟถูก แต่กำไรน้อยกว่ารุ่นใหม่ รุ่นเก่ากว่านี้อย่าง S19 หรือ S17 ตอนนี้แทบไม่คุ้มแล้วเพราะกินไฟมากแต่ขุดได้น้อย ขายต่อหรือเลิกใช้ดีกว่า
ค่าใช้จ่ายที่แท้จริง
ค่าเครื่องเป็นค่าใช้จ่ายแรก Antminer S21 ราคาประมาณ 250,000 บาท แต่ยังไม่รวมค่าขนส่งจากต่างประเทศประมาณ 5,000-10,000 บาท ค่าภาษีนำเข้าอีกประมาณ 10% และอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมแล้วอาจใกล้ 300,000 บาท ค่าไฟเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญที่สุดและต่อเนื่อง เครื่อง 1 เครื่องกิน 3,500 วัตต์ หรือ 3.5 kW รันตลอด 24 ชั่วโมงกินไฟวันละ 84 หน่วย เดือนละ 2,520 หน่วย
ถ้าค่าไฟบ้านอยู่ที่ 4 บาทต่อหน่วย เดือนละ 10,080 บาท ปีละ 120,960 บาท แพงมาก ไม่คุ้มเลย ต้องหาค่าไฟที่ถูกกว่า เช่น โรงงาน หรือที่ซึ่งค่าไฟประมาณ 2-3 บาทต่อหน่วย ถ้า 2.5 บาทก็เหลือเดือนละ 6,300 บาท ค่าอุปกรณ์เสริมอย่างชั้นวางเครื่อง พัดลมระบายความร้อน เครื่องปรับอากาศหรือระบบระบายอากาศ สายไฟขนาดใหญ่ เบรกเกอร์ และอาจต้องเพิ่มมาตรวัดไฟแยก รวมอีกประมาณ 20,000-50,000 บาท
รายได้จากขุดจริงหรือไม่
คำนวณจากข้อมูลปัจจุบัน ราคาบิทคอยน์ประมาณ 3,000,000 บาท Network Difficulty สูงมาก Antminer S21 ที่ 200 TH/s ขุดได้ประมาณ 0.00018 BTC ต่อเดือน หรือประมาณ 540 บาทต่อวัน 16,200 บาทต่อเดือน หักค่าไฟที่ 2.5 บาทต่อหน่วยคือ 6,300 บาท กำไรสุทธิเหลือประมาณ 9,900 บาทต่อเดือน ใช้เวลาคืนทุนประมาณ 30 เดือนหรือ 2.5 ปี ถ้าราคาบิทคอยน์ไม่ตกและ Difficulty ไม่เพิ่มมากเกินไป
แต่ความจริงราคาบิทคอยน์ผันผวนมาก อาจขึ้นหรือลงได้หลักหมื่นบาทในวันเดียว Difficulty ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุก 2 สัปดาห์ ยิ่งมีคนขุดมากก็ยิ่งยาก กำไรจึงลดลงเรื่อยๆ เครื่องที่ซื้อวันนี้อาจขุดได้น้อยลงครึ่งหนึ่งในอีก 1 ปี ต้องคำนึงด้วย ถ้าค่าไฟแพงกว่า 3 บาทอาจไม่คุ้มเลย เพราะค่าไฟกินกำไรหมด
ปัญหาและข้อควรระวัง
เสียงดังมาก เครื่องขุดมีเสียงพัดลมดังประมาณ 70-80 เดซิเบล เทียบได้กับเครื่องดูดฝุ่นหรือรถจักรยานยนต์ ไม่สามารถวางในบ้านหรือห้องนอนได้ ต้องมีห้องแยกหรือสถานที่พิเศษ เพื่อนบ้านอาจร้องเรียนถ้าเสียงดังเกินไป ร้อนมาก ผลิตความร้อนสูงมาก ห้องที่วางต้องมีระบบระบายอากาศดี ไม่งั้นเครื่องจะร้อนเกินไปและเสีย อากาศร้อนยิ่งทำให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มที่และอายุสั้นลง
เครื่องเสียบ่อย โดยเฉพาะถ้ารันตลอดเวลาไม่หยุด อะไหล่หาได้ยากและแพง ต้องสั่งจากต่างประเทศ อาจรอนานหลายสัปดาห์ ระหว่างนั้นเครื่องหยุดขุดขาดรายได้ ควรมีอะไหล์สำรองหรือซื้อหลายเครื่องเพื่อกระจายความเสี่ยง ไฟดับหรือไฟกระชากทำให้เครื่องเสียหายได้ ต้องมี UPS หรืออุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก
ความเสี่ยงทางกฎหมาย บางประเทศห้ามขุดบิทคอยน์หรือเก็บภาษีสูง ในไทยยังถูกกฎหมายแต่ต้องเสียภาษีจากรายได้ 15% สำหรับบุคคลธรรมดาหรือ 20% สำหรับนิติบุคคล ต้องทำบัญชีและยื่นภาษีถูกต้อง ถ้าใช้ไฟมากเกินไปการไฟฟ้าอาจมาตรวจสอบว่าทำอะไร ต้องอธิบายและอาจโดนปรับถ้าผิดกฎ
ทางเลือกอื่นนอกจากซื้อเครื่อง
Mining Pool คือรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ขุดด้วยกัน แบ่งรางวัลตามกำลังที่ใส่ ได้เงินสม่ำเสมอกว่าขุดคนเดียว แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 1-3% Pool ที่ใหญ่ได้แก่ Foundry USA, AntPool, F2Pool และ ViaBTC ต้องศึกษาและเลือกที่น่าเชื่อถือ Cloud Mining คือเช่ากำลังขุดจากบริษัท ไม่ต้องซื้อเครื่องเองหรือจัดสถานที่ แต่ส่วนใหญ่เป็นสแกมหรือไม่คุ้ม ถ้าจะทำต้องเลือกบริษัทที่มีชื่อเสียงและตรวจสอบให้ดี
Hosting Service คือฝากเครื่องไว้ที่ฟาร์มขุดมืออาชีพ เขามีค่าไฟถูกและดูแลเครื่องให้ เสียค่าบริการรายเดือน ดีกว่าจัดเองถ้าไม่มีสถานที่หรือความรู้ แต่ต้องไว้ใจผู้ให้บริการว่าจะไม่หนีหรือโกง ซื้อบิทคอยน์ตรงๆ ถ้าเป้าหมายคือถือบิทคอยน์ระยะยาว ซื้อตรงๆ อาจคุ้มกว่าขุด ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่อง ค่าไฟ เสียง ร้อน และความเสี่ยงต่างๆ แค่ซื้อเก็บไว้รอราคาขึ้น
สรุปแล้วการขุดบิทคอยน์ในช่วงนี้คุ้มหรือไม่
เครื่องขุดบิทคอยน์ คือ คอมพิวเตอร์พิเศษที่ใช้คำนวณเพื่อได้รางวัลเป็นบิทคอยน์ รุ่นยอดนิยมคือ Antminer S21 และ Whatsminer M60 ราคาประมาณ 250,000-300,000 บาท ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าไฟที่อาจสูงถึง 10,000 บาทต่อเดือนถ้าไฟแพง รายได้ขึ้นอยู่กับราคาบิทคอยน์และ Difficulty ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปัจจุบันคืนทุนประมาณ 2-3 ปีถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ดี มีปัญหาเรื่องเสียงดัง ร้อนมาก เครื่องเสียบ่อย และความเสี่ยงทางกฎหมาย ทางเลือกอื่นคือ Mining Pool, Cloud Mining, Hosting Service หรือซื้อบิทคอยน์ตรงๆ ก่อนตัดสินใจต้องคำนวณให้ดี ศึกษาให้มาก และเตรียมพร้อมรับความเสี่ยง ไม่ใช่ทางรวยง่ายอย่างที่หลายคนคิด
